โจทย์
บริการมีหลายขั้นตอนและหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงต้องจัด Information Architecture ใหม่ให้คนที่ไม่คุ้นกับงานนำเข้า–ส่งออกเข้าใจได้โดยไม่ต้องรู้ศัพท์เทคนิคทั้งหมดก่อน
ปรับภาพลักษณ์และโครงสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจประสานใบอนุญาต นำเข้า–ส่งออก ศุลกากร และชิปปิ้ง ให้ลูกค้าองค์กรเข้าใจบริการได้เร็ว ค้นหาเจอได้ และติดต่อขอใบเสนอราคาได้จากทุกอุปกรณ์
บริการมีหลายขั้นตอนและหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงต้องจัด Information Architecture ใหม่ให้คนที่ไม่คุ้นกับงานนำเข้า–ส่งออกเข้าใจได้โดยไม่ต้องรู้ศัพท์เทคนิคทั้งหมดก่อน
ออกแบบ Corporate Website แบบ Responsive รองรับภาษาไทย–อังกฤษ พร้อม WordPress CMS เพื่อให้ทีมแก้หน้า บทความ และข้อมูลบริการต่อได้ง่ายหลังส่งมอบ
ติดตั้ง GTM/GA4 และวาง Event สำหรับ Contact/Quotation/Lead เพื่อดูแหล่งที่มาของลูกค้าและวัด Conversion แทนการดูเพียงจำนวนคนเข้าเว็บ
หน้าเว็บไซต์ถูกจัดตามเจตนาของผู้ใช้ เช่น ใบอนุญาตอาหารสัตว์และกรมปศุสัตว์, อย. และการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์, งานศุลกากร, ชิปปิ้งและการจัดส่ง รวมถึงหน้าสำหรับพาร์ทเนอร์และข้อมูลบริษัท ทำให้ลูกค้าสามารถเริ่มจากประเภทงานของตัวเองแล้วค่อยลงรายละเอียด แทนการต้องอ่านทุกบริการในหน้าเดียว
ทั้ง Desktop, Tablet และ Mobile ถูกตรวจเรื่อง Navigation, ฟอร์ม, CTA และองค์ประกอบที่อาจล้นหน้าจอ เพื่อให้การขอใบเสนอราคาและการติดต่อยังทำได้สะดวกบนหน้าจอขนาดเล็ก
โครงสร้างเว็บไซต์ถูกย้ายมาอยู่บน WordPress พร้อมระบบแก้ไขหน้าและบทความที่ลดความซับซ้อนสำหรับงาน Content ประจำวัน ขณะที่ส่วน Layout หลักยังคงดีไซน์และ Brand Direction ของ J Team ไว้ ทำให้ทีมสามารถเพิ่มบทความหรืออัปเดตข้อมูลบริการได้โดยไม่ต้องแก้โค้ดทุกครั้ง
ระบบฟอร์มถูกเชื่อมกับการจัดการ Lead พร้อมข้อมูลสถานะและการ Export เพื่อให้เว็บไซต์เป็นส่วนหนึ่งของงานขาย ไม่ใช่เพียงหน้าแนะนำบริษัท
ปรับ Title, Meta Description, Canonical, H1, Open Graph, hreflang และ Structured Data ของหน้าสำคัญทั้งภาษาไทยและอังกฤษ พร้อม Sitemap และ Robots ที่สอดคล้องกับ URL จริง เพื่อให้ Search Engine เข้าใจความสัมพันธ์ของแต่ละภาษาและบริการได้ชัดขึ้น
โครงสร้าง Internal Link เชื่อมหน้า Home, Service, Partner, About, Work, Insights และ Quotation ให้แต่ละหน้าไม่เป็นปลายตัน และยังช่วยพาผู้ใช้จากเนื้อหาความรู้ไปสู่หน้าบริการหรือแบบฟอร์มติดต่อที่เหมาะสม
ติดตั้ง Google Tag Manager และ GA4 พร้อม Event สำหรับเส้นทางสำคัญ เช่น การติดต่อและการขอใบเสนอราคา ข้อมูล Attribution ช่วยแยก Source, Campaign, Landing Page และ Referrer เพื่อใช้วิเคราะห์ว่าลูกค้าเข้ามาจากช่องทางใดและหน้าใดสร้าง Lead ได้จริง โดยไม่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลเข้า Analytics
ผลลัพธ์คือเว็บไซต์ที่พร้อมใช้เป็นทั้ง Corporate Presence, ช่องทาง Organic Search และ Landing Destination สำหรับแคมเปญโฆษณาในระบบเดียวกัน
ดูแนวทางวางโครงบริการสำหรับ Freight, Shipping และนำเข้า–ส่งออกที่ รับทำเว็บไซต์บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์