ทำเว็บไซต์แล้ว
Domain, Hosting และ Source Code เป็นของใคร?
คำถามเรื่อง Ownership ควรถามก่อนจ่ายเงินก้อนแรก ไม่ใช่วันที่ต้องการย้ายผู้ดูแล เพราะของที่ดูเหมือนเป็น “เว็บไซต์เดียว” จริง ๆ แยกเป็นหลายสินทรัพย์ ทั้ง Domain, Code, Database, License และบัญชีแพลตฟอร์มภายนอก ซึ่งแต่ละอย่างมีวิธีถือสิทธิ์ไม่เหมือนกัน
Domain ควรอยู่ในบัญชีที่ธุรกิจควบคุม
Domain เป็นจุดอ้างอิงหลักของเว็บไซต์และอีเมล หากอยู่ในบัญชีส่วนตัวของผู้รับจ้าง การเปลี่ยนทีมภายหลังจะยุ่งยากกว่าที่ควร แนวทางที่ดีคือบริษัทจดเองหรือมี Account ที่องค์กรควบคุม แล้วเพิ่มสิทธิ์ให้ทีมเทคนิคเมื่อจำเป็น
Hosting อาจเช่าผ่าน Agency ได้ แต่ต้องรู้วิธีย้ายออก
การใช้ Hosting ที่ Agency ดูแลช่วยลดภาระ แต่ควรทราบว่าถ้าหยุดบริการจะ Export ไฟล์และฐานข้อมูลอย่างไร มี Backup หรือไม่ และข้อมูลถูกผูกกับระบบเฉพาะจนย้ายไม่ได้หรือเปล่า
Source Code ต้องแยกจาก License
Code ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะโปรเจกต์กับ Plugin/Library ของบุคคลที่สามเป็นคนละเรื่อง บางส่วนโอน Source ได้เต็มที่ ขณะที่ License เชิงพาณิชย์อาจให้สิทธิ์ใช้งานแต่ไม่ให้แจกจ่าย Source ควรระบุสิ่งเหล่านี้ใน Scope หรือสัญญา
GA4, Search Console, Pixel และ Cloud Account ควรเป็นของธุรกิจ
ข้อมูล Analytics และ Advertising สะสมมูลค่าตามเวลา ควรสร้างใน Account ที่องค์กรควบคุมแล้วเชิญ Agency เข้าไปทำงาน มากกว่าสร้างทุกอย่างไว้ในบัญชีของผู้รับจ้าง เพราะเมื่อเปลี่ยนทีม ข้อมูลย้อนหลังควรยังอยู่กับธุรกิจ
ก่อนเปลี่ยนผู้ดูแล ให้ทำ Access Inventory
ลิสต์ Registrar, DNS, Hosting, Repository, Database, Email, Analytics, Ads, CDN, SSL และบริการ API ทั้งหมด พร้อมตรวจ 2FA/Recovery Method การทำรายการนี้ครั้งเดียวช่วยลดความเสี่ยงมากกว่าการขอ “รหัสผ่านเว็บ” เพียงชุดเดียว
คำถามที่เจอบ่อยก่อนเริ่มงาน
ให้ Agency จด Domain ให้ได้ไหม?
ได้ แต่ควรตกลง Ownership และวิธีโอนตั้งแต่ต้น หากเป็นไปได้ควรใช้บัญชีที่ธุรกิจควบคุมเอง
ใช้ Theme เสียเงินแล้ว Source Code เป็นของเราไหม?
Theme หรือ Plugin มี License ของผู้พัฒนาเอง การซื้อสิทธิ์ใช้งานไม่ได้หมายถึงได้ลิขสิทธิ์ Source ทั้งหมด ต้องดูเงื่อนไข License ของแต่ละตัว
บัญชี Google Analytics ควรใช้ Gmail ของใคร?
ควรอยู่ภายใต้บัญชีที่องค์กรดูแลได้ต่อเนื่อง ไม่ผูกกับพนักงานหรือผู้รับจ้างคนเดียว
ตอนส่งมอบควรได้มากกว่ารหัส WordPress
รายการที่ควรตรวจมี Registrar/Domain, DNS, Hosting/Cloud, Source Repository หรือไฟล์เว็บไซต์, Database Backup, Analytics, Search Console, Tag Manager, Pixel, Email/SMTP, CDN, License และบัญชี API ที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าอะไรอยู่ในชื่อบริษัท อะไรเป็น License ของผู้ให้บริการ และอะไรต้องต่ออายุรายปี
ถ้าใช้บริการ Managed Hosting ผ่าน Agency ก็ยังควรรู้ขั้นตอน Export/Transfer เมื่อยุติบริการ เพื่อไม่ให้ Website Continuity ผูกกับผู้รับจ้างเพียงรายเดียว